สภาบริหาร วันที่ 23 ก.พ. 69
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นวันเริ่มงานวันแรกหลังช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีน นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวัน พร้อมด้วยนางเติ้งลี่จวิน รองนายกรัฐมนตรี , นายจางฉุนหาญ เลขาธิการสภาบริหาร , นางหลี่ฮุ่ยจือ โฆษกสภาบริหาร , คณะรัฐมนตรีประจำสภาบริหารและเจ้าหน้าที่สภาบริหาร ต่างเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวาระเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 115 เพื่อร่วมทักทายและส่งมอบคำอวยพรแก่กัน ในโอกาสนี้ นรม.จั๋วฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ทุกคน สำหรับความมุ่งมั่นพยายามที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี และขอส่งมอบกำลังใจให้เจ้าหน้าที่สภาบริหารแสวงหาจุดยืนที่คงมั่น และเดินหน้าวางแผนภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลัง โดยไม่หวั่นเกรงต่อความท้าทายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ระหว่างประเทศ การเจรจากับสภานิติบัญญัติ หรือการประสานความร่วมมือกับเทศบาลท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศชาติพิชิตสู่เป้าหมาย “การเปิดกว้าง ความมั่งคั่งและความมั่นคง”
นรม.จั๋วฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปี 2025 สูงแตะร้อยละ 8.63% นับว่าสูงสุดในรอบ 15 ปี ถือเป็นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากความมุ่งมั่นร่วมกันของภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการส่งเสริมให้ภาคประชาชนได้รับอานิสงส์กันโดยถ้วนหน้าผ่านกลไกทางสังคมที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งผู้ประกอบการรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) , กลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม , เกษตรกรและแรงงาน เป็นต้น นรม.จั๋วฯ กล่าวว่า ภายใต้นโยบาย "4 ลำดับความสำคัญ" ที่ยื่นเสนอโดยประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ ,ความเป็นอยู่ของประชาชน , การพัฒนาเยาวชนและการดูแลกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ไต้หวันได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แห่ง “การทะยานสู่อวกาศ การสำรวจมหาสมุทร” ไม่ว่าจะในด้านเทคโนโลยีอวกาศ อุตสาหรรมกลาโหม หรือการสำรวจท้องทะเล ไต้หวันล้วนแต่นำเสนอให้เห็นถึงขีดความสามารถที่แตกต่างไปจากเดิม โดยในอนาคต รัฐบาลจะมุ่งผลักดันการพัฒนาประเทศชาติในภาพรวมต่อไป เพื่อพิชิตเป้าหมาย “การเปิดกว้าง ความมั่งคั่งและความมั่นคง” อย่างมีเสถียรภาพ
นรม.จั๋วฯ เน้นย้ำว่า สภาบริหารในฐานะศูนย์กลางกลไกการบริหารที่สำคัญที่สุดของประเทศชาติ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นรัฐบาลส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น จับมือกันอย่างแนบแน่นกว่าที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน สภาบริหารและสภานิติบัญญัติก็ควรร่วมกันขจัดซึ่งอุปสรรคการเจรจาที่ผ่านมาอย่างจริงจัง นรม.จั๋วฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทั้งสองสภาสร้างปฏิสัมพันธ์กันอย่างกระตือรือร้นและราบรื่นยิ่งขึ้นกว่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ นรม.จั๋วฯ ยังระบุอีกว่า ทุกวันนี้ พวกเราอยู่ในยุคสมัยที่ไม่เกรงกลัวต่อความท้าทายใดๆ มีเพียงการตระหนักเห็นปัญหาความท้าทาย ประเด็นที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในอนาคตจึงจะได้รับการมองเห็น ตลอดจนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นเจ้าหน้าที่สภาบริหารก้าวข้ามอุปสรรคและความท้าทาย เดินหน้าประสานงานเจรจากับทุกหน่วยงานอย่างกระตือรือร้น เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาสังคมและสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ