05/04/2026

Taiwan Today

การเมือง

ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ให้การต้อนรับ Mr. Furuya Keiji ประธานกลุ่มโต๊ะกลมสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น-ไต้หวัน พร้อมด้วยคณะตัวแทน

17/03/2026
ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ให้การต้อนรับ Mr. Furuya Keiji ประธานกลุ่มโต๊ะกลมสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น-ไต้หวัน พร้อมด้วยคณะตัวแทน (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 16 มี.ค. 69
 
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ให้การต้อนรับ Mr. Furuya Keiji ประธานกลุ่มโต๊ะกลมสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น-ไต้หวัน (Japan-ROC Diet Members' Consultative Council) พร้อมด้วยคณะตัวแทน ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อ Mr. Keiji ที่กระตุ้นให้ Japan-ROC Diet Members' Consultative Council ดำเนินการผลักดันการแลกเปลี่ยนรัฐสภา ระหว่างไต้หวัน - ญี่ปุ่น และร่วมเป็นกระบอกเสียงให้ไต้หวันในประเด็นสำคัญๆ แสดงให้เห็นถึงพลังสนับสนุนที่มีต่อไต้หวันอย่างหนักแน่น พร้อมกันนี้ ปธน.ไล่ฯ ยังได้ระบุว่า เมื่อเผชิญหน้ากับการแผ่ขยายอิทธิพลของอำนาจเผด็จการ ไต้หวันจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความร่วมมือทางอุตสาหกรรมที่สำคัญในเชิงลึกกับญี่ปุ่น ทั้งนี้ เพื่อจัดสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ตลอดจนเป็นการยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวให้การต้อนรับ Mr. Keiji ที่ให้เกียรติเดินทางมาเยือนไต้หวันอีกครา ซึ่งในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ ปธน.ไล่ฯ และ Mr. Keiji ต่างก็ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม Yushan Forum ครั้งที่ 9 ร่วมกัน
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า Mr. Keiji เป็นมิตรสหายคนสำคัญที่ให้การสนับสนุนอย่างสัตย์ซื่อต่อไต้หวันเสมอมา ซึ่งภาคประชาชนชาวไต้หวันต่างรู้สึกประทับใจในคุณประโยชน์ที่ Mr. Keiji ร่วมสร้าง ทั้งในด้านความสัมพันธ์แบบทวิภาคี ระหว่างไต้หวัน – ญี่ปุ่น และการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในระดับภูมิภาค
 
ปธน.ไล่ฯ แถลงว่า หลายปีมานี้ อิทธิพลของอำนาจเผด็จการจากจีน นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้างแรงกดดันต่อไต้หวันเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความท้าทายที่รุนแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในระดับภูมิภาค ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ จึงขอแสดงความขอบคุณด้วยใจจริงต่อรัฐบาลและรัฐสภาญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ (Takaichi Sanae) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญต่อสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน ด้วยการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ไต้หวันบนเวทีนานาชาติเป็นจำนวนบ่อยครั้ง แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนต่อค่านิยมด้านสันติภาพและประชาธิปไตยในระดับภูมิภาคอย่างหนักแน่น
 
เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตที่เกิดจากกลุ่มประเทศลัทธิอำนาจนิยม รัฐบาลไต้หวันได้ยื่นเสนองบประมาณพิเศษด้านกลาโหมรวม 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 8 ปี เพื่อพัฒนาเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศด้วยตนเองของไต้หวัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้ากระชับความร่วมมือเชิงลึกกับญี่ปุ่นและพันธมิตรประชาธิปไตย ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันปกป้องมหาสมุทรอินโด – แปซิฟิกที่มีเสรีและเปิดกว้าง ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า ไต้หวัน – ญี่ปุ่นมีข้อได้เปรียบที่สามารถเอื้อประโยชน์แก่กันในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญของกันและกัน โดยเฉพาะหลายปีมานี้ ทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งประสานความร่วมมือทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างแนบแน่น ปธน.ไล่ฯ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนในเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงทางไซเบอร์และพลังงาน เป็นต้น เพื่อร่วมกันจัดตั้งระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ตลอดจนเพื่อยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นของภาคอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว ยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างสองประเทศ มีจำนวนเกินกว่า 8 ล้านคนครั้ง โดยปธน.ไล่ฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นสู่จำนวน 10 ล้านคนครั้ง ในระหว่างการกระชับความสัมพันธ์แบบทวิภาคี
 
Mr. Keiji กล่าวขณะปราศรัยว่า ปธน.ไล่ฯ และนรม. Sanae ต่างก็ได้ยื่นเสนอแนวคิดการรับมือกับความท้าทาย การลงทุน เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น รวมถึงการพัฒนาหลักการทางการทูต เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงทิศทางนโยบายของผู้นำสองประเทศที่มีความสอดคล้องกัน เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะจับมือกันผลักดันให้ภูมิภาค มุ่งสู่ทิศทางการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น อันจะเห็นได้จากการเข้าลงทุนในญี่ปุ่นของบริษัท TSMC ได้กลายมาเป็นต้นแบบใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างไต้หวัน - ญี่ปุ่น โดยในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอุตสาหกรรมยุคใหม่ , อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว , ความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้น
 
ในปัจจุบัน มีประชาชนชาวไต้หวันกว่าจำนวน 70,000 คนพำนักอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการแก้ไขญัตติกฎหมายว่าด้วยการระบุชื่อ “ไต้หวัน” ลงในช่อง “สัญชาติ / เขตพื้นที่” ในระบบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ สื่อให้เห็นถึงการยอมรับต่อสถานภาพไต้หวันของรัฐบาลญี่ปุ่น และเป็นการสร้างหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชนและให้เกียรติแก่ศักดิ์ศรีของภาคประชาชนชาวไต้หวัน
 
Mr. Keiji  แถลงว่า แรงกดดันที่จีนมีต่อไต้หวัน นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในทุกปี หลังจากปีที่แล้วที่นรม. Sanae ได้ประกาศแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด “วิกฤตในไต้หวัน” ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่จีนเป็นอย่างมาก จีนจึงสร้างแรงกดดันต่อญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม คำพูดของนรม. Sanae ถือเป็นการสืบสานจุดยืนเดิมของรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่จำเป็นต้องประนีประนอมต่อจีน
 
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นในช่องแคบไต้หวัน Mr. Keiji เน้นย้ำว่า เพื่อป้องกันความขัดแย้ง อาทิเช่น "วิกฤตในไต้หวัน" ญี่ปุ่นจะยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ที่มีค่านิยมเดียวกัน เพื่อร่วมกันปกป้องไต้หวันและประชาธิปไตย ตลอดจนร่วมธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ให้คงอยู่สืบต่อไป
 
Mr. Keiji กล่าวในระหว่างการประชุม Yushan Forum ว่า หวังที่จะส่งเสริมให้กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น กองทัพทหารไต้หวันและวงดุริยางค์ทหารสหรัฐฯ วางแผนจัดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมร่วมกัน
 

ประเด็นร้อน

ประเด็นล่าสุด