05/04/2026

Taiwan Today

การเมือง

รมว.เศรษฐการไต้หวัน นำคณะตัวแทนเดินทางเยือนฝรั่งเศส เพื่อเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนทางอุตสาหกรรมเศรษฐกิจและการค้า

02/04/2026
รมว.เศรษฐการไต้หวัน นำคณะตัวแทนเดินทางเยือนฝรั่งเศส เพื่อเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนทางอุตสาหกรรมเศรษฐกิจและการค้า (ภาพจากกระทรวงเศรษฐการ)
กระทรวงเศรษฐการ วันที่ 1 เม.ย. 69
 
นายกงหมิงซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน (MOEA) มีกำหนดการนำคณะตัวแทนเดินทางเยือนฝรั่งเศส ในช่วงระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ไปจนถึง 1 เมษายน ในระหว่างนี้ คณะตัวแทนนอกจากจะเข้าร่วมการประชุมหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าแบบทวิภาคี ประจำปี 2026 แล้ว ยังได้มีการจัดการประชุมเสวนากลุ่มผู้ประกอบการ , การประชุมโต๊ะกลมในประเด็นพลังงานไฟฟ้านอกชายฝั่ง และพิธีเปิดตัวและชี้แจงโครงการความร่วมมือแบบทวิภาคี ตลอดจนร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือหลายฉบับ ซึ่งบังเกิดผลสัมฤทธิ์ที่น่าพึงพอใจ
 
การประชุมหารือทางเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างไต้หวัน – ฝรั่งเศส ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ประเด็นความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอวกาศ เป็นต้น เพื่อกระชับความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ การค้าและห่วงโซ่อุปทานแบบทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุมเจรจาของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมอภิปรายแนวทางการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบทวิภาคี ภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือทางเทคโนโลยีแบบทวิภาคี เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
 
MOEA แถลงว่า ภายใต้ยุคสมัย AI ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์และ ICT ได้รับการยกระดับขึ้นสู่แรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับโลก ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลไต้หวันจึงได้ยื่นเสนอวิสัยทัศน์ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งความไว้วางใจ 5 ด้าน ที่ประกอบด้วย : เซมิคอนดักเตอร์ , เทคโนโลยี AI , การเตรียมความพร้อมทางกลาโหม , การบริหารความมั่นคง และเทคโนโลยีในยุคสมัยใหม่ ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้ล้วนแต่เป็นแกนหลักเชิงยุทธศาสตร์ของไต้หวัน และเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถเอื้อประโยชน์แก่กันกับฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว จากการประชุมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ พวกเราสามารถยกระดับความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนของห่วงโซ่อุปทานให้ก้าวไปสู่อีกลำดับขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตร่วมกัน
 
ท่ามกลางความตึงเครียดและความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น  MOEA ได้ใช้โอกาสนี้จัดการประชุมเสวนากลุ่มผู้ประกอบการ ระหว่างไต้หวัน – ฝรั่งเศส เพื่อชี้แจงให้เห็นถึงบทบาทความสำคัญของไต้หวันในกลไกห่วงโซ่อุปทานโลก และแบ่งปันผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญของไต้หวันในปัจจุบัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะดึงดูดผู้ประกอบการชาวฝรั่งเศส รุกขยายการลงทุนในขอบเขตที่เพิ่มมากขึ้นในไต้หวัน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน
 
นอกจากนี้ นโยบายพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล ยังถือเป็นนโยบายด้านพลังงานที่สำคัญของไต้หวัน ซึ่งกลุ่มประเทศทวีปยุโรปถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญของไต้หวันในการคิดค้นพัฒนาการจัดตั้งฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล การเดินทางเยือนฝรั่งเศสในครั้งนี้ ยังได้ติดต่อเชิญเจ้าหน้าที่ตัวแทนธนาคารระหว่างประเทศ สถาบันสินเชื่อเพื่อการส่งออกระหว่างประเทศ และธนาคารสัญชาติไต้หวัน สาขาประจำยุโรป เข้าร่วมชี้แจงนโยบายและกลไกส่งเสริมความยั่งยืนด้านพลังงานลมนอกชายฝั่งไต้หวัน ทั้งนี้ เพื่อจัดตั้งสภาพแวดล้อมการลงทุนและการจัดหาเงินทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ
 
ในวันที่ 31 มีนาคม รมว.กงฯ ได้เข้าร่วม “พิธีเปิดตัวชี้แจงโครงการความร่วมมือแบบทวิภาคี ระหว่างไต้หวัน - ฝรั่งเศส” ที่ร่วมจัดขึ้นโดยสถาบันวิจัยเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมไต้หวัน (ITRI) และธนาคาร Bpifrance ของฝรั่งเศส ซึ่งโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนรากฐานการผลักดัน “บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรม” ที่ทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามไปเมื่อปี 2025 กระตุ้นให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการ 12 รายในทิศทาง 6 มิติ ได้แก่ : เซมิคอนดักเตอร์ , ซิลิคอนโฟโตนิกส์ , การแพทย์ชีวภาพ AI และเทคโนโลยีจอภาพ เป็นต้น โดยในปี 2026 ทั้งสองฝ่ายจะมุ่งเน้นการอภิปรายในประเด็นอากาศยานไร้คนขับ , เซมิคอนดักเตอร์ , หุ่นยนต์ , อวกาศและดาวเทียมวงโคจรต่ำ , อุตสาหกรรมสารสนเทศ , การแพทย์ชีวภาพ , นวัตกรรมเทคโนโลยี , เศรษฐกิจหมุนเวียนและพลังงานลมนอกชายฝั่ง เพื่อแสวงหาโอกาสทางความร่วมมือกับฝ่ายตัวแทนฝรั่งเศส ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมโยงทางอุตสาหกรรมแบบทวิภาคีในเชิงลึก ตลอดจนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไต้หวัน วางรากฐานและขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ประชาคมโลก
 
ฝรั่งเศสสวมบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก ส่วนไต้หวันมีข้อได้เปรียบด้านการผลิต ICT จึงจะเห็นได้ว่า ทั้งสองฝ่ายมีจุดเด่นที่สามารถเอื้อประโยชน์แก่กันได้ในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ รมว.กงฯ จึงได้คว้าโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอากาศยานไร้คนขับของฝรั่งเศส และ Eutelsat บริษัทดาวเทียมชั้นนำของโลกจากฝรั่งเศส เพื่อแสวงหาโอกาสความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมที่เพิ่มมากขึ้น
 
จากรายงานสถิติในปี 2025 ฝรั่งเศสถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับที่ 3 ของไต้หวันในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) มูลค่าการค้าแบบทวิภาคีของทั้งสองฝ่ายอยู่ที่ 6,381 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  
 

ประเด็นร้อน

ประเด็นล่าสุด