01/05/2026

Taiwan Today

การเมือง

ทูตพิเศษหลินฯ เดินทางเยือนเอสวาตินี เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในหลักชัยใหม่ทางความร่วมมือด้านการแพทย์อัจฉริยะ การเกษตรและการประมง

28/04/2026
ทูตพิเศษหลินฯ เดินทางเยือนเอสวาตินี เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในหลักชัยใหม่ทางความร่วมมือด้านการแพทย์อัจฉริยะ การเกษตรและการประมง (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)
กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 27 เม.ย. 69
 
นายหลินเจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ทูตพิเศษที่ได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้เสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนราชอาณาจักรเอสวาตินีเป็นระยะเวลา 2 วันอย่างราบรื่น และได้เดินทางกลับสู่ไต้หวัน เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางคำอำลาอันแสนอบอุ่นที่ส่งมอบโดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐเอสวาตินี อย่าง Ms. Pholile Shakantu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , Mr. Manqoba Khumalo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพาณิชย์และการค้า รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการไต้หวันที่พำนักในพื้นที่
 
วันสุดท้ายของตารางการเดินทางในครั้งนี้ ทูตพิเศษหลินฯ พร้อมด้วย Mr. Mduduzi Matsebula รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเอสวาตินี เดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงพยาบาลรัฐ Manzini Government Hospital เพื่อเข้าตรวจการณ์แนวทางการบริหารงานของ "คลินิกอัจฉริยะ" ที่จัดตั้งขึ้นโดยทีมแพทย์ไต้หวันที่ประจำการในเอสวาตินี
 
โครงการข้างต้นนี้เป็นการประสานความร่วมมือกันระหว่างบริษัท International Integrated Systems (IISI) และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไทเป (TMU) ที่ประจำการอยู่ในเอสวาตินี ซึ่งได้ทำการย้ายฐานที่ตั้งของคณะแพทย์อย่างราบรื่น ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปี และประสบความสำเร็จในการนำระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ อาทิ ระบบคิวอัตโนมัติ , ระบบจ่ายยาผู้ป่วยอัตโนมัติและระบบการแพทย์ทางไกล ทูตพิเศษหลินฯ กล่าวว่า รพ. Manzini Government Hospital ได้รับการยกระดับเป็น “สถานพยาบาลต้นแบบด้านการแพทย์รูปแบบอัจฉริยะ” สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือแบบทวิภาคี ระหว่างไต้หวัน – เอสวาตินี ที่ก้าวเข้าสู่บริบทหน้าใหม่ที่มีความเป็นดิจิทัล ความแม่นยำและดำเนินไปในรูปแบบอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ
 
นอกจากการปรับปรุงคุณภาพอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แล้ว ทูตพิเศษหลินฯ ยังเน้นย้ำผลสัมฤทธิ์ด้านการพัฒนาบุคลากร พร้อมทั้งให้กำลังใจเหล่าบุคลากรทางการแพทย์จากเอสวาตินี ที่สำเร็จหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยอี้โซ่ว (I-Shou University, ISU) โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นคณะแพทย์กลุ่มนี้ นำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา ร่วมสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ระบบการแพทย์ของเอสวาตินี ตลอดจนหวังที่เห็นคณะแพทย์สวมบทบาทเป็น “เมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพ ระหว่างไต้หวัน - เอสวาตินี”
 
นอกจากนี้ ทูตพิเศษหลินฯ ยังได้เข้าตรวจการณ์ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ” ที่เปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2025 ศูนย์แห่งนี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ลูกปลาในปริมาณมาก และปรับปรุงอัตราการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ จนสามารถช่วยให้เอสวาตินีเปลี่ยนผ่านจากการเพาะเลี้ยงในครัวเรือนแบบดั้งเดิม ไปสู่ระบบอุตสาหกรรมเพื่อการพาณิชย์ ส่งผลให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเพิ่มขึ้นในสัดส่วนปริมาณมาก
 
ในด้านการเกษตร ทูตพิเศษหลินฯ ยังได้เดินทางเยี่ยมชมฟาร์มสาธิตไม้ผล โดยได้เข้าตรวจการณ์ผลผลิตการเกษตรที่มีมูลค่าสูง อาทิเช่น ฝรั่ง แก้วมังกรและสตรอว์เบอร์รี ซึ่งโครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างการเกษตรของเอสวาตินี ส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในตลาดที่มีกำไรสูงขึ้นได้
 
ทูตพิเศษหลินฯ เน้นย้ำว่า โครงการความร่วมมือเหล่านี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมการยกระดับความยั่งยืนทางการเกษตรและการพัฒนาเชิงการพาณิชย์ของเอสวาตินี และสะท้อนให้เห็นจุดยืนว่า ไต้หวันจะให้การสนับสนุนเอสวาตินีเพิ่มพูนศักยภาพผู้นำในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการ “ไต้หวันช่วยได้ เอสวาตินีสามารถเป็นผู้นำ” (Taiwan can help, Eswatini can lead)
 

ประเด็นร้อน

ประเด็นล่าสุด