17/05/2026

Taiwan Today

การเมือง

รมช.กต. เฉินหมิงฉี ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่ “ITV News” ของอังกฤษ ย้ำชัดการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่องแคบไต้หวันคือผลประโยชน์ร่วมกันของสากล

14/05/2026
(ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)

กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 นายเฉินหมิงฉี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สถานีโทรทัศน์อิสระ ITV News ของสหราชอาณาจักร โดยรายงานดังกล่าวได้ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ในโอกาสนี้ รมช. เฉินฯ ได้ชี้แจงจุดยืนของรัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในประเด็นต่างๆ อาทิ สิ่งที่จีนเรียกว่า “การรวมชาติอย่างสันติ” แรงกดดันทางทหารจากจีนที่มีต่อไต้หวัน บทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานโลก การพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ตลอดจนความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ

ในประเด็นการเดินทางเยือนจีนของนักการเมืองจากพรรคการเมืองในประเทศ รมช. เฉินฯ ระบุว่า มติมหาชนส่วนใหญ่ของไต้หวัน ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่างไม่ขึ้นตรงต่อกัน 2) อนาคตของไต้หวันจะต้องตัดสินโดยประชาชนไต้หวันด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตย 3) ไต้หวันคาดหวังให้จีนลดปฏิบัติการทางทหารและผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดรอบเกาะไต้หวัน ทั้งนี้ รมช. เฉินฯ ย้ำว่าควรมีการส่งผ่านข้อความเหล่านี้ไปยังผู้นำจีนอย่างชัดเจน

เมื่อกล่าวถึงสถานะสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานโลก รมช. เฉินฯ ยืนยันว่าไต้หวันเป็นพันธมิตรที่ดีและเป็นที่น่าเชื่อถือของประชาคมระหว่างประเทศ และจะไม่ใช้สถานะสำคัญของตนในห่วงโซ่อุปทานโลกมาเป็นอาวุธในการต่อรอง สำหรับการพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองนั้น รมช. เฉินฯ ชี้ว่า เราเข้าใจดีว่าสหรัฐฯ ปรารถนาที่จะรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์โดยรวมผ่านการเจรจา และหวังว่าสหรัฐฯ จะแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยในช่องแคบไต้หวันนั้น สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทั้งสหรัฐฯ และประชาคมโลก โดยจีนไม่ควรใชกำลังทหารหรือการบีบบังคับเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่เพียงฝ่ายเดียว

ในด้านความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ รมช. เฉินฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนไต้หวันในการปฏิรูปการป้องกันประเทศอย่างเต็มที่มาโดยตลอด โดยเฉพาะบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของไต้หวัน พร้อมย้ำว่า เราเชื่อมั่นในคำมั่นด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของภูมิภาค เพราะสิ่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งโลกอีกด้วย

สำหรับประเด็นสถานการณ์ในฮ่องกง และนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” รมช. เฉินฯ ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนไต้หวันได้เห็นพัฒนาการของฮ่องกงอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2019 และเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผลลัพธ์ของสิ่งที่เรียกว่า “หนึ่งประเทศ สองระบบ” จะนำพาไต้หวันไปสู่จุดเดียวกับฮ่องกง หรืออาจจะย่ำแย่กว่านั้น รมช. เฉินฯ จึงเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า ประชาชนไต้หวันจะไม่ยอมรับแนวทาง “หนึ่งประเทศ สองระบบ” อย่างเด็ดขาด

ประเด็นร้อน

ประเด็นล่าสุด