กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 17 พ.ค. 69
นายหลินเจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน และนายสือฉงเหลียง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองของกลุ่มตัวแทนประเทศพันธมิตรและผู้แทนถาวรประจำองค์การอนามัยโลกที่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 โดย 2 รัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณต่อตัวแทนประเทศพันธมิตร ทั้งหมด 11 ประเทศ ที่ให้สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมองค์การอนามัยโลก (WHO) ควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
รมว.หลินฯ กล่าวว่า “นิทรรศการอุตสาหกรรมการแพทย์อัจฉริยะและสุขภาพไต้หวัน ที่จัดขึ้นในระหว่างการประชุม WHA” นำเสนอให้เห็นผลสัมฤทธิ์ด้านการแพทย์ เทคโนโลยีอัจฉริยะและการส่งมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอันโดดเด่นของไต้หวัน และเป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณ “Taiwan can Help , Taiwan can Lead” โดยกต.ไต้หวันยังได้มุ่งผลักดัน “โครงการสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศพันธมิตร” อย่างกระตือรือร้น เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพทางการแพทย์และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งผลสัมฤทธิ์เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ในระหว่างสถานการณ์โควิด – 19 และสถานการณ์ภัยพิบัติระหว่างประเทศ ไต้หวันยังได้ส่งมอบเวชภัณฑ์การแพทย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม และช่วยเหลือสนับสนุนทางเทคโนโลยีอย่างทันท่วงที สะท้อนให้เห็นว่า ไต้หวันเป็นสมาชิกประชาคมโลกที่มีความรับผิดชอบ ที่มุ่งบรรลุแนวคิด “สุขภาพไร้ขีดจำกัดทางพรมแดน” อย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ รมว.หลินฯ ยังได้แสดงจุดยืนสำคัญว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจการสาธารณะระดับสากล” พวกเรามีความตั้งใจแน่วแน่ในการเข้าร่วม WHO , WHA และกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างกระตือรือร้น พร้อมกันนี้ รมว.หลินฯ ยังได้แสดงความขอบคุณต่อตัวแทนประเทศพันธมิตร สำหรับการสนับสนุน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศจะนำไปสู่การสร้างโลกที่มีสุขภาพดี มั่นคงและมีความยืดหยุ่น
รมช.สือฯ เน้นย้ำว่า ไต้หวันจะกระชับความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรในการผลักดันการพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อมูลการแพทย์ การป้องกันโรคเรื้อรัง สุขภาพแม่และเด็ก รวมถึงสุขภาพจิต เป็นต้น เพื่อมุ่งยกระดับสวัสดิการด้านสุขภาพระดับโลก
Mr. Raynold Oilouch รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐปาเลาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวขณะปราศรัยว่า กลุ่มประเทศพันธมิตรที่รวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ต่างให้การยอมรับต่อคุณประโยชน์ที่ไต้หวันร่วมสร้างในมิติต่างๆ อาทิ : การแพทย์สาธารณสุข , โครงสร้างพื้นฐาน , การเกษตรยั่งยืน และการศึกษา เพื่อดำเนินการตามวิสัยทัศน์ “ไม่ละทิ้งผู้ใดไว้เบื้องหลัง” Mr. Oilouch จึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกให้การสนับสนุนไต้หวันเข้ามีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะระดับสากล เพื่อให้แน่ใจว่า เสียงของไต้หวันได้รับการให้ความสำคัญ