17/03/2026

Taiwan Today

สังคม

กต.ไต้หวันจัดกิจกรรมสัปดาห์ความเสมอภาคทางเพศไต้หวันขึ้นในนครนิวยอร์ก โดยรองปธน.เซียวเหม่ยฉินเข้าร่วมแบ่งปันไฮไลท์ผลสัมฤทธิ์ความเสมอภาคทางเพศของไต้หวัน ในช่วงกิจกรรม “ค่ำคืนแห่งวัฒนธรรมพลังสตรีไต้หวัน”

16/03/2026
กต.ไต้หวันจัดกิจกรรมสัปดาห์ความเสมอภาคทางเพศไต้หวันขึ้นในนครนิวยอร์ก โดยรองปธน.เซียวเหม่ยฉินเข้าร่วมแบ่งปันไฮไลท์ผลสัมฤทธิ์ความเสมอภาคทางเพศของไต้หวัน ในช่วงกิจกรรม “ค่ำคืนแห่งวัฒนธรรมพลังสตรีไต้หวัน” (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)
กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 15 มี.ค. 69
 
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 มีนาคม 2026 ตามเวลาในเขตตะวันออกของสหรัฐอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันจัดกิจกรรม “ค่ำคืนแห่งวัฒนธรรมพลังสตรีไต้หวัน” ขึ้น ณ สำนักงานตัวแทนรัฐบาลไต้หวันประจำนครนิวยอร์ก โดยในระหว่างนี้ รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉินแห่งไต้หวัน ได้เข้าร่วมกล่าวปราศรัยผ่านการบันทึกวีดิทัศน์ล่วงหน้า เพื่อแบ่งปันไฮไลท์ผลสัมฤทธิ์ด้านความเสมอภาคทางเพศของไต้หวันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมโลก สร้างความประทับใจให้แก่บรรดาผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม ซึ่งภายในงานครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากบรรดานักการเมืองจากประเทศพันธมิตรของไต้หวัน เข้าร่วมกล่าวปราศรัย อาทิ Ms. Emma Hippolyte รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเสมอภาคทางเพศ แรงงาน กิจการเพศสภาพ ความเป็นธรรมทางสังคมและกิจการคุ้มครองผู้บริโภคของเซนต์ลูเซีย , Ms. Laverne Gibson-Velox รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการครอบครัวและกิจการเพศสภาพของเซนต์วินเซนต์ รวมถึง Ms. Eselealofa Apinelu ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลตูวาลูและข้าหลวงใหญ่ประจำฟิจิ นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากประเทศพันธมิตร ตัวแทนจากบรรดามิตรประเทศ ตัวแทนผู้นำจากองค์การสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ NGO เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากนี้ กิจการฝ่ายประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ NGO ของกต.ไต้หวัน ก็ได้ดำเนินการรวบรวมวางแผนกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ NGO ไต้หวัน เดินทางจัดการประชุมคู่ขนาน ในระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีแห่งสหประชาชาติ (The Commission on the Status of Women, CSW) ในโอกาสนี้ นายคังเจียฉี รองประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมด้วยคณะทำงานเฉพาะกิจ ได้รวมกลุ่มกันเดินทางเยือนนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรูปแบบต่างๆ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้โอกาสนี้ เผยให้เห็นซอฟต์พาวเวอร์ของพลังสตรีไต้หวัน ตลอดจนเผยให้เห็นถึงการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ไต้หวัน
 
นายหลี่จื้อเฉียง ผู้อำนวยการสำนักงานตัวแทนรัฐบาลไต้หวันประจำนครนิวยอร์ก กล่าวปราศรัยขณะเปิดงานว่า ไต้หวันมุ่งผลักดันภารกิจความเสมอภาคทางเพศอย่างกระตือรือร้น จนก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากมาย ทางด้าน Mr. Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ได้กล่าวในช่วงเทศกาลวันสตรีสากลว่า กลุ่มสตรีทั่วโลกได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เพียงสัดส่วนร้อยละ 64% เมื่อเทียบกับผู้ชาย โดยไต้หวันได้ให้คำปฏิญาณว่า จะมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำร่วมกับนานาประเทศทั่วโลก พร้อมเดินหน้าผลักดันความเสมอภาคทางเพศ อย่างกระตือรือร้นต่อไป
 
รองปธน.เซียวฯ ชี้แจงว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ที่ไต้หวันได้บัญญัติ “อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ” (The Convention on the Elimination of all Forms of Discrimination Against Women, CEDAW) เข้าสู่ระบบกฎหมายภายในประเทศ ก็ได้มีการอ้างอิงอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนและกลไกการพิจารณาระดับนานาชาติ เพื่อการปฏิรูปนโยบายและระบบกฎหมาย โดยในปี 2025 ได้มีการผลักดัน “แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามความรุนแรงทางเพศ” เพื่อกำหนดให้การป้องกันความรุนแรงทางเพศ ได้รับการบัญญัติเข้าสู่แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศชาติในภาพรวม นอกจากนี้ ในปี 2025 ไต้หวันยังได้รับการจัดให้อยู่อันดับ 6 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชียในรายงานสถาบันทางสังคมและดัชนีทางเพศ (Social Institutions and Gender Index, SIGI) ที่จัดทำขึ้นโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)
 
รองปธน.เซียวฯ ยังได้เน้นย้ำว่า ไต้หวันจะเดินหน้าผลักดันการปฏิรูปกลไกความเสมอภาคทางเพศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะจับมือกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศอย่างแนบแน่น เพื่อบรรลุคำมั่นด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม
 
ในลำดับต่อมา Ms. Emma Hippolyte รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเสมอภาคทางเพศ แรงงาน กิจการที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ ความเป็นธรรมทางสังคมและกิจการคุ้มครองผู้บริโภคของเซนต์ลูเซีย , Ms. Laverne Gibson-Velox รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการครอบครัวและกิจการทางเพศของเซนต์วินเซนต์ รวมถึง Ms. Eselealofa Apinelu ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลตูวาลูและข้าหลวงใหญ่ประจำฟิจิ ก็ได้ทยอยกันแบ่งปันสถานการณ์ความคืบหน้าและผลสัมฤทธิ์ด้านการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศในประเทศของตน พร้อมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของสิทธิความเท่าเทียมของกลุ่มสตรี ตลอดจนแสดงความขอบคุณต่อไต้หวันสำหรับความช่วยเหลือและความร่วมมือในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสิทธิสตรี
 
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการจัด “นิทรรศการพลังสตรีไต้หวัน” โดยกำหนดให้ดอกกล้วยไม้เป็นภาพทัศนศิลป์หลัก เพื่อนำเสนอให้เห็นสถานการณ์ความคืบหน้าที่สำคัญของไต้หวันในด้านความเสมอภาคทางเพศ , การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และความร่วมมือนานานาชาติ ผ่านภาพลักษณ์ความอ่อนโยน ความหลากหลายและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม
 
“ค่ำคืนแห่งวัฒนธรรมพลังสตรีไต้หวัน” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ “สัปดาห์ความเสมอภาคทางเพศไต้หวัน” ที่กต.ไต้หวันจัดขึ้นในนครนิวยอร์ก โดยในเดือนมีนาคมของทุกปี จะมีกำหนดการจัด “การประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีแห่งสหประชาชาติ” (The Commission on the Status of Women, CSW) ขึ้นเป็นวาระประจำ โดยกต.ไต้หวันได้ผนึกรวมกำลังกับ NGO จัดกิจกรรมใน “สัปดาห์ความเสมอภาคทางเพศ” ขึ้นในช่วงระหว่างการประชุม CSW เพื่อประกาศก้องให้ประชาคมโลกมองเห็นผลสัมฤทธิ์ด้านการส่งเสริมสิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศของไต้หวัน ซึ่งนอกเหนือจาก “ค่ำคืนแห่งวัฒนธรรมพลังสตรีไต้หวัน” ในปีนี้ กต.ไต้หวัน - มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาสิทธิสตรี (Foundation for Women's Rights Promotion and Development) พร้อมด้วยมูลนิธิ World Taiwan Foundation (STUF) ที่สวมสถานภาพสำคัญในคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) ยังได้จับมือกันจัด “เวทีเสวนาไต้หวัน” ขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิ STUF ที่ตั้งอยู่ในนครนิวยอร์ก โดยได้ติดต่อเชิญให้นางหลินจิ้งอี๋ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน เข้าร่วมแสดงปาฐกถาในหัวข้อพิเศษ ผ่านการไลฟ์สดด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมทั้งติดต่อเชิญให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมอภิปรายกันในประเด็นการบริหารกิจการความหลากหลายทางเพศและความเสมอภาคทางเพศ ประกอบกับในปีนี้ NGO ไต้หวันและเทศบาลท้องถิ่น ยังได้จัดการประชุมคู่ขนานขึ้นในระหว่างการประชุม CSW รวมทั้งสิ้นกว่า 30 รอบ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาคมโลกมองเห็นการให้ความสำคัญต่อประเด็นทางเพศของไต้หวัน
 
อีกหนึ่งไฮไลท์โดดเด่นของแผนผลักดันการเข้าร่วมของไต้หวันในปีนี้ คือการที่กต.ไต้หวันจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่หลากหลาย ประชาชนจะสามารถพบเห็นสื่อประชาสัมพันธ์ที่แต่งแต้มด้วยดอกกล้วยไม้ และอัตลักษณ์ความเป็นไต้หวัน ประกอบกับสโลแกนคำว่า “Her Rights, Our Pride” , “Taiwan Empowering Women” บนหลังคารถแท็กซี่ ศาลารอรถประจำทางและสื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดให้ประชาคมโลกมองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของไต้หวัน ในการส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคทางเพศ
 

ประเด็นร้อน

ประเด็นล่าสุด