กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 27 พ.ค. 69
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ประกาศผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยมีสาระสำคัญที่ครอบคลุมผลสัมฤทธิ์ทางการทูตภาพรวมที่ภาคประชาชนคิดเห็นต่อภารกิจการบริหารงานการทูต ภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ด้านนโยบายการทูตที่สำคัญที่ผลักดันโดยกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งพึงพอใจกับผลสัมฤทธิ์ทางการทูตโดยรวมที่ผลักดันโดยประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน และผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 65% ให้การสนับสนุน "การทูตแบบบูรณาการ" และ "แผนพัฒนาความเจริญรุ่งเรือง" ที่ผลักดันโดยกต.ไต้หวัน อีกทั้งผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 80% ให้การสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ในการดำเนินภารกิจการทูต เพื่อคว้าเสียงสนับสนุนจากประชาคมโลก
จากผลสำรวจในแง่มุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 59.3% ต่างคิดเห็นว่า ไต้หวันควรเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับต้นๆ และกว่าร้อยละ 67.1% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนไต้หวันปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหม เพื่อจัดตั้งกลไกการบริหารตามหลักการ “เกราะป้องกันไต้หวัน” สำหรับกรณีที่ปธน.ไล่ฯ นำคณะตัวแทนเดินทางเยือนเอสวาตินี ประเทศพันธมิตรในทวีปแอฟริกา อันเป็นการฝ่าฟันการปิดล้อมทางการทูตของจีน มีผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 66.3% แสดงความพึงพอใจ และประชาชนร้อยละ 69.2% ให้การสนับสนุนปธน.ไล่ฯ เดินทางเยือนประเทศพันธมิตรอย่างยั่งยืน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางความร่วมมือเชิงลึกกับพันธมิตรทางการทูต
ในส่วนของการดำเนินภารกิจการทูต 86.2% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการดำเนินภารกิจที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อคว้าเสียงสนับสนุนจากประชาคมโลก
ในส่วนของการขยายขอบเขตระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 83.8% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนแผนการดำเนินงานของกต.ไต้หวัน ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ในการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนรัฐบาลในต่างแดน และกว่า 93.9% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้การสนับสนุนความพยายามของกต.ไต้หวันที่มุ่งมั่นขยายเที่ยวบินตรงจากไทเปสู่ต่างประเทศ ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของภาคประชาชนในการขยายการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กว่าร้อยละ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า การเยือนประเทศต่างๆ ของบรรดานักการเมืองไต้หวันจะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็น "ชาวไต้หวัน" เมื่อเทียบกับแนวทาง "จีน - ไต้หวัน" (16.5%) 73.4% ของผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนหลักการ "ไต้หวันประชาธิปไตย" ที่ผลักดันโดยปธน.ไล่ฯ เพื่อเป็นหลักอ้างอิงในการกำหนดเส้นทางอนาคตและการพัฒนาของประเทศชาติในภายภาคหน้า นอกจากนี้ 52.6% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า "ความสัมพันธ์ทางการทูต" มีความสำคัญมากกว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน" (36.2%) สะท้อนให้เห็นฉันทามติขั้นสูงของภาคประชาชน ที่ต้องการก้าวสู่เวทีโลกและเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับนานาชาติ