กระทรวงสิ่งแวดล้อม วันที่ 13 พฤษภาคม 2569
เพื่อกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างไต้หวันและสหราชอาณาจักรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น กระทรวงสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานตัวแทนอังกฤษในไทเปได้ร่วมกันจัดงาน 2026 Taiwan-UK Industrial Decarbonisation Workshop ขึ้น เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายมาร่วมแลกเปลี่ยนเชิงลึกในประเด็นต่างๆ อาทิ โครงสร้างนโยบาย, การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย, การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมหนักและธุรกิจ SME รวมถึงการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม การหารือถึงความท้าทายและโอกาสในครั้งนี้ มุ่งสร้างความเห็นชอบร่วมกันเชิงนโยบาย และส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการลดคาร์บอนระหว่างอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
นายเซี่ยเยี่ยนหรู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม ชี้ว่า ไต้หวันได้บรรจุเป้าหมาย “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050” ไว้ในกฎหมาย พร้อมเสริมสร้างเป้าหมายการลดคาร์บอนในปี 2030 (ร้อยละ 28±2) และปี 2035 (ร้อยละ 38±2) ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยระบบการกำหนดราคาคาร์บอน ที่เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2025 จะถูกบูรณาการเข้ากับ “กองทุนเพื่อการเติบโตสีเขียว” มูลค่าหมื่นล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่คาร์บอนต่ำอย่างเต็มกำลัง
นางเอมิลี เนลสัน ผู้แทนอังกฤษประจำไต้หวัน เน้นย้ำว่า สหราชอาณาจักรและไต้หวันมีความได้เปรียบที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันในประเด็นการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม แม้ทั้งสองฝ่ายจะเผชิญกับความท้าทายในลักษณะเดียวกัน แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่ทั้งสหราชอาณาจักรและไต้หวันต่างมองว่าการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย
ในโอกาสที่ท่านรัฐมนตรีให้การต้อนรับคณะผู้แทนอีกครั้ง ท่านได้ย้ำถึงความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดระหว่างไต้หวันและอังกฤษในด้านภูมิอากาศที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมขอบคุณที่อังกฤษให้การสนับสนุนในการผลักดันและจัดตั้งระบบการกำหนดราคาคาร์บอนของไต้หวัน สำหรับแนวทางการแลกเปลี่ยนในระดับปฏิบัติการอนาคต ท่านรัฐมนตรีได้นำเสนอแผนความร่วมมือหลัก 3 ประการ ได้แก่:
1. การนำกลไกที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดมาใช้: คาดหวังที่จะถอดบทเรียนจากประสบการณ์ของอังกฤษ เพื่อนำแนวคิดเชิงตลาดและระบบสถาบันต่างๆ มาปรับใช้ในไต้หวัน เพื่อพัฒนาระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ให้สมบูรณ์ในอนาคต
2. การขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด: ยินดีต้อนรับวิสาหกิจและเงินทุนจากอังกฤษเข้ามาลงทุนในไต้หวัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Net Zero เช่น พลังงานลมในทะเล (Offshore Wind) และเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจสีเขียวร่วมกัน
3. การผนึกกำลังรุกตลาดโลก: คาดหวังที่จะนำจุดแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมไอซีที (ICT) ของไต้หวัน รวมถึงศักยภาพของตลาดทุน ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการเงิน นโยบายภูมิอากาศ และนวัตกรรมของอังกฤษ เพื่อร่วมกันให้บริการในตลาด Net Zero ทั้งในเอเชียและทั่วโลก
กระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุทิ้งท้ายว่า จากการเยี่ยมเยียนและแลกเปลี่ยนเชิงลึกทั้งในงานเวิร์กชอปและการเข้าพบในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงใช้ความได้เปรียบที่มีร่วมกัน เพื่อผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านการลดคาร์บอนและ Net Zero ให้เป็นไปในเชิงลึกยิ่งขึ้นต่อไป